Follow us      
  
  

หนังสือพิมพ์มติชน [ วันที่ 12/09/2560 ]
สำรวจผู้ใช้สิทธิบัตรทองปี'60 ประชาชนพอใจร้อยละ95.66

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำรวจความพึงพอใจผู้ใช้สิทธิ 'บัตรทอง'กลุ่มตัวอย่าง 9,280 คน พบร้อยละ 95.66 พึงพอใจสูงกว่าปี 2559
          เมื่อวันที่ 10 กันยายน นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 กันยายน ได้เสนอผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ผู้ให้บริการ และองค์กรภาคีที่เกี่ยวข้องต่อระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2560 ต่อที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) พบว่าปี 2560 กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจสูงถึงร้อยละ 95.66 เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่ได้ร้อยละ 91.86 ทั้งนี้การรับรู้ของประชาชนต่อระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยการรับรู้ของประชาชนที่สูงสุด 3 อันดับแรก คือ ใช้บัตรประชาชนในการใช้สิทธิร้อยละ 92.39 คนไทยทุกคนมีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ร้อยละ 90.18 และเมื่อเจ็บป่วยต้องไปใช้บริการที่หน่วยที่ลงทะเบียนสิทธิ ร้อยละ 86.39 ขณะที่การรับรู้ของประชาชนที่น้อยที่สุด คือ ใช้สิทธิคลอดบุตรโดย ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ร้อยละ 57 สามารถเปลี่ยนหน่วยได้ปีละไม่เกิน 4 ครั้ง ร้อยละ 52.83 และรู้สายด่วน ร้อยละ 52.63 โดยกลุ่มประชาชนที่รับรู้น้อยที่สุด คือ กลุ่มอาชีพค้าขาย กลุ่มอายุ 25-39 ปี และกลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา
          นายเกียรติอนันต์กล่าวว่า ส่วนผลสำรวจค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเมื่อเข้ารับบริการพบว่า กลุ่มตัวอย่าง 9,280 คน มีผู้ใช้บริการและใช้สิทธิ 3,404 คน ในจำนวนนี้มีผู้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 1,633 คน โดยเมื่อสำรวจค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มเติมพบว่า เป็นค่าบริการ 30 บาท 928 คน ร้อยละ 56.83 รองลงมาเป็นค่าเดินทาง 814 คน ร้อยละ 49.60 จำนวน 5,000-7,000 บาท ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ใช้สิทธิระบุเหตุผลว่า ขั้นตอนบริการตามสิทธิมีความยุ่งยาก รอนาน ร้อยละ 52.88 ไม่สะดวกในการเดินทางไปหน่วยบริการตามสิทธิ ร้อยละ 17.27 ไม่มั่นใจคุณภาพบริการ ร้อยละ 10.72 ไม่มั่นใจคุณภาพยา เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ร้อยละ 7.71 และอื่นๆ เช่น ซื้อยากินเอง การใช้สิทธิ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เป็นต้น ร้อยละ 6.02 นอกจากนี้ ที่ระบุว่าไม่พอใจบริการของบุคลากรมีเพียงร้อยละ 5.40 ทั้งนี้เมื่อดูกลุ่มประชากรที่ไม่ใช้สิทธิพบว่า ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอาชีพค้าขาย โดยให้เหตุผลการไม่ใช้สิทธิว่าการหยุดค้าขายเพื่อไปใช้สิทธิมีค่าเสียโอกาสสูงกว่า และกลุ่มที่มีรายได้ต่อเดือน 15,001-30,000 บาท ให้เหตุผลว่ามีทางเลือกอื่นจึงไม่ใช้สิทธิ
          "ส่วนข้อเสนอเชิงนโยบายจากผลสำรวจครั้งนี้ คือ 1.เพิ่มการรับรู้ให้กับประชาชน ผู้ให้บริการและองค์กรภาคีเมื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายและรับรู้น้อย 2.ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้ให้บริการทุกระดับในการพัฒนาการให้บริการ เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพมาตรฐานบริการในมุมที่ประชาชนให้ความสำคัญเมื่อเข้ารับบริการ 3.สร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพบริหารกองทุนให้กับประชาชนและภาคีที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นจัดสรรงบประมาณตรงไปหน่วยปฐมภูมิหลักเกณฑ์ขั้นตอนปฏิบัติต่างๆ การลดภาระการบันทึกข้อมูล คุณภาพยา ความครอบคลุมสิทธิ และ 4.เสริมสร้างความเข้มแข็งการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กองทุนสุขภาพตำบล) แบบบูรณาการ" นายเกียรติอนันต์กล่าว

เกิดข้อผิดพลาด ไม่สามารถติดต่อฐานข้อมูลได้